atasilin1

ค่าคงที่ทางกายภาพ (Physical Constants)  
มวลโมเลกุล 26.038
จุดเดือดอยู่ที่ความดัน 170 Kpa -75 องศา
ความหนาแน่นของก๊าซที่ความดัน 101.325 Kpc 0°C 1.1747 Kg/m3
ความหนาแน่นของก๊าซเมื่อเทียบกับอากาศที่ 101.325 Kpa 0°C 0.908
ความสามารถในการติดไฟของก๊าซในอากาศ 2.4-84% (โดยปริมาตร)
อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้ด้วยตัวเอง 406-440 องศา
คุณสมบัติทั่วไป
     อะเซทิลีน เป็นแก๊สไม่มีสี ไว้ไฟมาก ประกอบด้วยอะตอมของไฮโดรเจนและคาร์บอน (C2 H2) ใช้ในงานเชื่อมหรือตัดโลหะ โดยผสมกับออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม จะให้ความร้อนถึง 3000°C (5400 °F) ละลายอยู่ในตัวทำละลายอะซีโตนภายในท่อบรรจุแก๊สที่มีวัสดุที่เป็นรูพรุนในอัตราส่วนอะซีโตน 1 ส่วน ต่ออะเซทิลีน 300 ส่วน โดยปริมาตรภายใต้ความดัน 175 PSI / ไม่มีสี / มีกลิ่นเหม็นคล้ายกระเทียม / ความเป็นพิษ ไม่มีผลรุนแรงต่อร่างกาย เพียงแค่ทำให้เกิดอาการมึนงง วิงเวียนเท่านั้น
การนำไปใช้งานและประโยชน์
     –
ข้อควรระวังในการใช้งาน
     ท่ออะเซทิลีนที่มีคุณภาพ จะต้องมีวาล์วนิรภัยเพื่อป้องกันการระเบิดของท่อ โดยวาล์วนี้ทำจากวัสดุที่สามารถหลอมละลายได้ที่อุณหภูมิไม่สูงมาก (ปกติประมาณ 97 – 105 °C) เมื่อเกิดความร้อนขึ้นภายในท่อ ไม่ว่าจากการใช้งาน หรือการเคลื่อนย้าย วาล์วจะละลายเพื่อให้ก๊าซระบายออกมา ช่วยลดความดันภายในท่อจะระเบิด
ท่ออะเซทิลีนของ linde ทุกท่อ จะมีวาล์วนิรภัยทำจากทองเหลืองติดตั้งอยู่ นอกจากนั้นยังมีแหวนใส่บริเวณคอท่อ เพื่อเป็นเครื่องหมายมาตรฐานแสดงว่าท่อนั้นได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว ทั้งในด้านคุณภาพ และความปลอดภัย

กรรมวิธีการผลิตก๊าซอะเซทิลีน ในปัจจุบันมี 2 วิธีคือ

Acetylene1

1. การผลิตโดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมีระหว่าง นํ้า และ แคลเซียมคาร์ไบด์ เป็นกรรมวิธีการผลิตแบบ ดั้งเดิม ก๊าซที่ได้จะมีความบริสุทธิ์ค่อนข้างตํ่า (ประมาณ 85 – 98 % ตามคุณภาพของ แคลเซียมคาร์ไบด์) และมีกากของแคลเซียมคาร์ไบด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมเนื่องจากเป็นวัตถุที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูง

2. การผลิตโดยอาศัยผลผลิตที่ได้จากกระบวนการแตกตัวทางเคมี จากโรงงานปิโตรเคมีซึ่งเป็นวิธีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ก๊าซอะเซทิลีนที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้ จะมีความบริสุทธิ์สูงกว่ากระบวนการผลิตแบบเดิม ทำให้เปลวไฟมีอุณหภูมิสูงกว่า ตัดหรือเชื่อมได้เร็วกว่า และใช้ออกซิเจนน้อยกว่า ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและต้นทุนโดยรวมตํ่าลง

**Linde เป็นผู้ผลิตก๊าซอะเซทิลีน รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ผลิตก๊าซ อะเซทิลีน จากโรงงานปิโตรเคมีอันทันสมัย โดยการร่วมทุนกับ กลุ่มทีพีไอ ก่อตั้ง บริษัท ระยองอะเซทิลีน ขึ้นเมื่อปี 2539 ท่านจึงสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพที่สูงกว่าของก๊าซอะเซทิลีนจาก Linde**

     ท่ออะเซทิลีน คุณภาพและความปลอดภัย

     ท่ออะเซทิลีน (ACETYLENE CYLINDER) เป็นท่อชนิดพิเศษที่มีไส้เป็นรูพรุน (POROUS MASS) บรรจุอยู่ภายใน การบรรจุก๊าซอะเซทิลีน ลงในท่อที่ไม่มีไส้จะมีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากก๊าซอะเซทิลีนที่ลอยอยู่อย่างอิสระภายใต้ความดันสูง จะทำปฏิกริยาทางเคมีก่อให้เกิดความร้อนขึ้นภายในท่อ และอาจติดไฟได้

     ดังนั้นกรรมวิธีการบรรจุก๊าซ จะต้องให้ก๊าซอะเซทิลีนละลาย (Dissolve) อยู่ใจของเหลวชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “อะซิโตน” ซึ่งถูกเติมเข้าไปในท่อก่อนมีการบรรจุก๊าซอะเซทิลีน อะซิโตนจะซึมไปตามรูพรุนเล็ก ๆ ของไส้ทั่วทั้งท่อ ทำให้ท่อนั้นสามารถบรรจุก๊าซอะเซทิลีนได้มากขึ้น และมีความปลอดภัยสูงขึ้น

ไส้ถ่าน (CHARCOAL)

     เป็นการนำถ่านมาบดเป็นชิ้นเล็ก ๆ และใส่เข้าไปในท่อ ไส้ชนิดนี้มักมีปัญหาในเรื่องของการดูดซึมอะซิโตน ทำให้สามารถบรรจุก๊าซได้น้อยกว่าแบบแรก และมักมีการทรุดตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นภายในท่อซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายเนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะไม่มีอะซิโตน ดังนั้นก๊าซอะเซทิลีนจึงลอยอยู่อย่างอิสระ

วาล์วนิรภัย (FUSIBLE PLUG)

ท่ออะเซทิลีนที่มีคุณภาพ จะต้องมีวาล์วนิรภัยเพื่อป้องกันการระเบิดของท่อ โดยวาล์วนี้ทำจากวัสดุที่สามารถหลอมละลายได้ที่อุณหภูมิไม่สูงมาก (ปกติประมาณ 97 – 105 °C) เมื่อเกิดความร้อนขึ้นภายในท่อ ไม่ว่าจากการใช้งาน หรือการเคลื่อนย้าย วาล์วจะละลายเพื่อให้ก๊าซระบายออกมา ช่วยลดความดันภายในท่อจะระเบิด

**ท่ออะเซทิลีนของ linde ทุกท่อ จะมีวาล์วนิรภัยทำจากทองเหลืองติดตั้งอยู่ นอกจากนั้นยังมีแหวนใส่บริเวณคอท่อ เพื่อเป็นเครื่องหมายมาตรฐานแสดงว่าท่อนั้นได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว ทั้งในด้านคุณภาพ และความปลอดภัย**